ค้นหาบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

บทที่ 13

                                             บทที่ 13 แน้วโน้มและรูปแบบการท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน
การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
มีความจำเป็นในการักษาความสมดุลของทรัพยากรการท่องเที่ยว ซึ่งมีความสำคัญและมีความสัมพันธ์โดยตรงกับประชาชนในพื้นที่ และสังคม ดังนั้นการจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจึงเป็นการกำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์และการพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยว รวมทั้งปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองความจำเป็นทางเศรษฐกิจ  สังคม วัฒนธรรม และสุนทรียภาพ
แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน
1.             การดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวในขอบเขตของความสามารถของธรรมชาติ ชุมชน ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมและวิธีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนต่อกิจกรรมการท่องเที่ยว
2.             การตระหนักในกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีผลกระทบต่อชุมชนขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน
3.             การมีส่วนร่วมของประชาชนในกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศ การประสานงานความต้องการทางเศรษฐกิจ การคงอยู่ของสังคมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
รูปแบบการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
1.             เป็นการจัดการท่องเที่ยวที่มีจิตสำนึก  มีความรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อม
2.             เป็นการท่องเที่ยวที่สร้างความรู้และให้ความรุ้
3.             เป็นการท่องเที่ยวที่ประชาชนในท้องถิ่นมีบทบาท และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ความสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
1.             เพื่อให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด
2.             เพื่อรักษาทรัพยากรการท่องเที่ยวให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
3.             เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับการท่องเที่ยวในอนาคต
หลักการจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
1.             อนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างดี
2.             ลดการบริโภคและใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็น
3.             รักษาและส่งเสริมความหลากหลายของธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรมชาติ
4.             การประสานการพัฒนาการท่องเที่ยว
5.             ต้องการนำเอาการท่องเที่ยวขยายฐานเศรษฐกิจในท้องถิ่น
6.             การมีส่วนร่วม  การสร้างเครือข่ายพัฒนาการท่องเที่ยวกับท้องถิ่น
7.             การประชุมปรึกษาหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องมีผลประโยชน์ร่วมกัน
8.             การพัฒนาบุคลากร
9.             จัดเตรียมข้อมูลคู่มือบริการข่าวสารการท่องเที่ยวให้พร้อม
10.      ประเมินผล ตรวจสอบและวิจัย
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 
เป็นการท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ท่องเที่ยวในแหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศ มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างมีระบบ มีการจัดการด้านความรู้ รับผิดชอบโดยผู้เป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยว  และทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความเพลิดเพลินและประทับใจ  การท่องเที่ยวเชิงนิเวศสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางบกและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล
กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
1.             กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางบก ได้แก่ การเดินป่า  การปีนเขา  การศึกษาธรรมชาติ การส่องสัตว์ การดูนก  การขี่ม้า  นั่งช้าง เที่ยวถ้ำ เที่ยวน้ำตก เป็นต้น
2.             กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ทางทะเล ได้แก่ การดำน้ำดูปะการัง  การล่องแก่ง  การพายเรือ
แคนู การเที่ยวป่าชายเลน เป็นต้น

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร
                เป็นการท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมการเกษตรเป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวหลัก สามารถดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว มีการจัดระบบการให้บริการไว้รับรองนักท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน และเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร
การท่องเที่ยวเชิงเกษตรมีลักษณะดังต่อไปนี้
1.             มุ่งความสนใจไปยังกิจกรรมการเกษตรหรือสภาพแวดล้อมทางการเกษตรเป็นหลัก
2.             มีวัตถุประสงค์ทางการเกษตรเป็นหลัก
3.             มีการจัดการระบบให้บริการไว้รับรองนักท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน
4.             มีกลไกกระจายรายได้ไปยังเกษตรกร
5.             สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณกับเกษตรกรในด้านกระบวนการประกอบอาชีพ
6.             ทำเกิดความพึงพอใจต่อการได้รับความรู้  ความเพลิดเพลินการพักผ่อนหย่อนใจ และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่น
ประเภทของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
1.             การกสิกรรม เช่นการทำนา ทำสวนไม้ดอกไม้ประดับ  ไม้ผล ตลาดการเกษตร เป็นต้น
2.             การประมง เช่น การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ฟาร์มปลา ฟาร์มกุ้ง
3.             การปศุสัตว์ เช่น การเลี้ยงโค กระบือ สุกร และอื่นๆ เป็นต้น
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
                เป็นการท่องเที่ยวเพื่อบำบัดโรคหรือบำรุงสุขภาพกายหรือสุขภาพจิตของนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจเป็นการรักษาโรค การฟื้นฟูสุขภาพ ซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้
1.             เพื่อรักษาโรคของนักท่องเที่ยว
2.             เพื่อฟื้นฟูสุขภาพของนักท่องเที่ยว
3.             เพื่อส่งเสริมสุขภาพของนักท่องเที่ยวให้ดีขึ้น


วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

บทที่ 12

บทที่ 12 การพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
การพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือการทำธุรกรรมผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพขององค์กรให้ดียิ่งขึ้น  โดยอยู่บนพื้นฐานของการประมวลและการส่งข้อมูลดิจิทัล ซึ่งมีหลักอยู่ 2 ประการคือ
1.             รูปแบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเกิดขึ้นระหว่างบริษัทและองค์กรต่างๆ ที่มีการทำธุรกรรมร่วมกัน
2.             รูปแบบการใช้บริการตู้จ่ายเงินสดอัตโนมัติ โดยเกิดขึ้นระหว่างลูกค้ากับสถาบันการเงินนั้นๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
                การใช้อินเตอร์เน็ตของนักท่องเที่ยวเพื่อวางแผนการเดินทาง  จองที่พัก  จองตั๋วโดยสารต่างๆ นั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น จากข้อมูลของสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแสดงให้เห็นว่า มีนักท่องเที่ยวจำนวนถึง 64 ล้านคนใช้บริการผ่านระบบอินเตอร์เน็ตในปี ค.ศ.2002 เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ สถานประกอบการ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เพื่อตรวจดูข้อมูลและกำหนดการสำหรับการเดินทางของตน
ประโยชน์ของอินเตอร์เนตสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
1.             ประโยชน์ทางด้านการติดต่อสื่อสารสำหรับอุตสากรรมการท่องเที่ยว  ปัจจุบันสถานประกอบการทางด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ได้จัดทำระบบที่เหมาะสมกับตนเพื่อที่ใช้ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยผ่านทางเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
2.             ประโยชน์ทางด้านการขายสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สถานประกอบการธุรกิจโรงแรม เริ่มใช้ระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ของตนไปยังลูกค้าโดยตรง ซึ่งข้อได้เปรียบในการใช้ระบบอินเตอร์เน็ทเพื่อเป็นช่องทางในการขาย คือ ลูกค้าสามารถดำเนินขั้นตอนการทำงานทั้งหมดได้เอง เช่น ระบบจองตั๋วเครื่องบิน  เป็นต้น
ผลกระทบของระบบอินเตอร์เน็ตที่มีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
                การเข้ามาของระบบอินเตอร์เน็ตนั้นมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากมายโดยครอบคลุมทั้งธุรกิจทางด้านการท่องเที่ยวและบริการต่างๆ โดยเกี่ยวข้องกับเรื่องข้อมูลต่างๆ การตลาด ผลิตภัณฑ์  และการบริการเนื่องจากจำวนผู้ใช้ระบบอินเตอร์เน็ตในการซื้อสินค้าและการบริการทางด้านการท่องเที่ยวนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
วิธีการระบบอินเตอร์เน็ตมาใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ได้ประโยชน์สูงสุด
1.             การประชาสัมพันธ์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต  เป็นขั้นง่ายที่สุดโดยเปรียบเสมือนป้ายโฆษณาทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  เวปไซด์ที่มีการออกแบบให้มีระบบการจัดการที่ดีและรูปแบบสวยงามนั้นจะได้รับความนิยมจากผู้เยี่ยมชม
2.             การกระจายข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เป็นรูปแบบหนึ่งของข้อมูลและเนื่องจากการบริการและผลิตภัณฑ์นั้นมีหลากหลาย  และมีการแข่งขันทางการโฆษณาเป็นอย่างมาก  ทำให้ลูกค้าต้องการข้อมูลเพื่อที่จะนำมาใช้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ดังนั้นองค์การต่างๆ ควรจะนำเสนอข้อมูลที่มีการจัดทำอย่างเป็นระเบียบแบบแผนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า
3.             การเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ระบบอินเตอร์เน็ตสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าของกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โดยเวปไซด์ส่วนใหญ่จะถูกออกแบบให้มีเครื่องนับจำนวนของผู้ที่มาเยี่ยมชมเวปไซด์  นอกจากนี้ยังมีการให้ลูกค้าได้แสดงความคิดเห็นผ่านทางฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์
4.             การจองผ่านระบบอินเตอร์เน็ต  ระบบอินเตอร์เน็ตนั้นสามารถรองรับระบบการจองและชำระเงินผ่านทางเวปไซด์ได้โดยตรง  โดยรูปแบบและวิธีการชำระเงินนั้นจะต้องมีความแน่นอนและชัดเจน  เพื่อลูกค้าจะได้ทำธุรกรรมได้โดยปราศจากข้อผิดพลาดและสะดวกสบาย  นอกจากนี้ยังควรมีระบบรักษาความปลอดภัยให้กับระบบการชำระเงิน เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่อาจจะนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่ดี