ค้นหาบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

บทที่ 13

                                             บทที่ 13 แน้วโน้มและรูปแบบการท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน
การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
มีความจำเป็นในการักษาความสมดุลของทรัพยากรการท่องเที่ยว ซึ่งมีความสำคัญและมีความสัมพันธ์โดยตรงกับประชาชนในพื้นที่ และสังคม ดังนั้นการจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจึงเป็นการกำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์และการพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยว รวมทั้งปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองความจำเป็นทางเศรษฐกิจ  สังคม วัฒนธรรม และสุนทรียภาพ
แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน
1.             การดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวในขอบเขตของความสามารถของธรรมชาติ ชุมชน ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมและวิธีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนต่อกิจกรรมการท่องเที่ยว
2.             การตระหนักในกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีผลกระทบต่อชุมชนขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน
3.             การมีส่วนร่วมของประชาชนในกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศ การประสานงานความต้องการทางเศรษฐกิจ การคงอยู่ของสังคมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
รูปแบบการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
1.             เป็นการจัดการท่องเที่ยวที่มีจิตสำนึก  มีความรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อม
2.             เป็นการท่องเที่ยวที่สร้างความรู้และให้ความรุ้
3.             เป็นการท่องเที่ยวที่ประชาชนในท้องถิ่นมีบทบาท และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ความสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
1.             เพื่อให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด
2.             เพื่อรักษาทรัพยากรการท่องเที่ยวให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
3.             เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับการท่องเที่ยวในอนาคต
หลักการจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
1.             อนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างดี
2.             ลดการบริโภคและใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็น
3.             รักษาและส่งเสริมความหลากหลายของธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรมชาติ
4.             การประสานการพัฒนาการท่องเที่ยว
5.             ต้องการนำเอาการท่องเที่ยวขยายฐานเศรษฐกิจในท้องถิ่น
6.             การมีส่วนร่วม  การสร้างเครือข่ายพัฒนาการท่องเที่ยวกับท้องถิ่น
7.             การประชุมปรึกษาหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องมีผลประโยชน์ร่วมกัน
8.             การพัฒนาบุคลากร
9.             จัดเตรียมข้อมูลคู่มือบริการข่าวสารการท่องเที่ยวให้พร้อม
10.      ประเมินผล ตรวจสอบและวิจัย
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 
เป็นการท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ท่องเที่ยวในแหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศ มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างมีระบบ มีการจัดการด้านความรู้ รับผิดชอบโดยผู้เป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยว  และทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความเพลิดเพลินและประทับใจ  การท่องเที่ยวเชิงนิเวศสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางบกและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล
กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
1.             กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางบก ได้แก่ การเดินป่า  การปีนเขา  การศึกษาธรรมชาติ การส่องสัตว์ การดูนก  การขี่ม้า  นั่งช้าง เที่ยวถ้ำ เที่ยวน้ำตก เป็นต้น
2.             กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ทางทะเล ได้แก่ การดำน้ำดูปะการัง  การล่องแก่ง  การพายเรือ
แคนู การเที่ยวป่าชายเลน เป็นต้น

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร
                เป็นการท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมการเกษตรเป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวหลัก สามารถดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว มีการจัดระบบการให้บริการไว้รับรองนักท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน และเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร
การท่องเที่ยวเชิงเกษตรมีลักษณะดังต่อไปนี้
1.             มุ่งความสนใจไปยังกิจกรรมการเกษตรหรือสภาพแวดล้อมทางการเกษตรเป็นหลัก
2.             มีวัตถุประสงค์ทางการเกษตรเป็นหลัก
3.             มีการจัดการระบบให้บริการไว้รับรองนักท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน
4.             มีกลไกกระจายรายได้ไปยังเกษตรกร
5.             สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณกับเกษตรกรในด้านกระบวนการประกอบอาชีพ
6.             ทำเกิดความพึงพอใจต่อการได้รับความรู้  ความเพลิดเพลินการพักผ่อนหย่อนใจ และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่น
ประเภทของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
1.             การกสิกรรม เช่นการทำนา ทำสวนไม้ดอกไม้ประดับ  ไม้ผล ตลาดการเกษตร เป็นต้น
2.             การประมง เช่น การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ฟาร์มปลา ฟาร์มกุ้ง
3.             การปศุสัตว์ เช่น การเลี้ยงโค กระบือ สุกร และอื่นๆ เป็นต้น
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
                เป็นการท่องเที่ยวเพื่อบำบัดโรคหรือบำรุงสุขภาพกายหรือสุขภาพจิตของนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจเป็นการรักษาโรค การฟื้นฟูสุขภาพ ซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้
1.             เพื่อรักษาโรคของนักท่องเที่ยว
2.             เพื่อฟื้นฟูสุขภาพของนักท่องเที่ยว
3.             เพื่อส่งเสริมสุขภาพของนักท่องเที่ยวให้ดีขึ้น


วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

บทที่ 12

บทที่ 12 การพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
การพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือการทำธุรกรรมผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพขององค์กรให้ดียิ่งขึ้น  โดยอยู่บนพื้นฐานของการประมวลและการส่งข้อมูลดิจิทัล ซึ่งมีหลักอยู่ 2 ประการคือ
1.             รูปแบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเกิดขึ้นระหว่างบริษัทและองค์กรต่างๆ ที่มีการทำธุรกรรมร่วมกัน
2.             รูปแบบการใช้บริการตู้จ่ายเงินสดอัตโนมัติ โดยเกิดขึ้นระหว่างลูกค้ากับสถาบันการเงินนั้นๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
                การใช้อินเตอร์เน็ตของนักท่องเที่ยวเพื่อวางแผนการเดินทาง  จองที่พัก  จองตั๋วโดยสารต่างๆ นั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น จากข้อมูลของสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแสดงให้เห็นว่า มีนักท่องเที่ยวจำนวนถึง 64 ล้านคนใช้บริการผ่านระบบอินเตอร์เน็ตในปี ค.ศ.2002 เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ สถานประกอบการ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เพื่อตรวจดูข้อมูลและกำหนดการสำหรับการเดินทางของตน
ประโยชน์ของอินเตอร์เนตสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
1.             ประโยชน์ทางด้านการติดต่อสื่อสารสำหรับอุตสากรรมการท่องเที่ยว  ปัจจุบันสถานประกอบการทางด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ได้จัดทำระบบที่เหมาะสมกับตนเพื่อที่ใช้ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยผ่านทางเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
2.             ประโยชน์ทางด้านการขายสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สถานประกอบการธุรกิจโรงแรม เริ่มใช้ระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ของตนไปยังลูกค้าโดยตรง ซึ่งข้อได้เปรียบในการใช้ระบบอินเตอร์เน็ทเพื่อเป็นช่องทางในการขาย คือ ลูกค้าสามารถดำเนินขั้นตอนการทำงานทั้งหมดได้เอง เช่น ระบบจองตั๋วเครื่องบิน  เป็นต้น
ผลกระทบของระบบอินเตอร์เน็ตที่มีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
                การเข้ามาของระบบอินเตอร์เน็ตนั้นมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากมายโดยครอบคลุมทั้งธุรกิจทางด้านการท่องเที่ยวและบริการต่างๆ โดยเกี่ยวข้องกับเรื่องข้อมูลต่างๆ การตลาด ผลิตภัณฑ์  และการบริการเนื่องจากจำวนผู้ใช้ระบบอินเตอร์เน็ตในการซื้อสินค้าและการบริการทางด้านการท่องเที่ยวนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
วิธีการระบบอินเตอร์เน็ตมาใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ได้ประโยชน์สูงสุด
1.             การประชาสัมพันธ์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต  เป็นขั้นง่ายที่สุดโดยเปรียบเสมือนป้ายโฆษณาทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  เวปไซด์ที่มีการออกแบบให้มีระบบการจัดการที่ดีและรูปแบบสวยงามนั้นจะได้รับความนิยมจากผู้เยี่ยมชม
2.             การกระจายข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เป็นรูปแบบหนึ่งของข้อมูลและเนื่องจากการบริการและผลิตภัณฑ์นั้นมีหลากหลาย  และมีการแข่งขันทางการโฆษณาเป็นอย่างมาก  ทำให้ลูกค้าต้องการข้อมูลเพื่อที่จะนำมาใช้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ดังนั้นองค์การต่างๆ ควรจะนำเสนอข้อมูลที่มีการจัดทำอย่างเป็นระเบียบแบบแผนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า
3.             การเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ระบบอินเตอร์เน็ตสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าของกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โดยเวปไซด์ส่วนใหญ่จะถูกออกแบบให้มีเครื่องนับจำนวนของผู้ที่มาเยี่ยมชมเวปไซด์  นอกจากนี้ยังมีการให้ลูกค้าได้แสดงความคิดเห็นผ่านทางฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์
4.             การจองผ่านระบบอินเตอร์เน็ต  ระบบอินเตอร์เน็ตนั้นสามารถรองรับระบบการจองและชำระเงินผ่านทางเวปไซด์ได้โดยตรง  โดยรูปแบบและวิธีการชำระเงินนั้นจะต้องมีความแน่นอนและชัดเจน  เพื่อลูกค้าจะได้ทำธุรกรรมได้โดยปราศจากข้อผิดพลาดและสะดวกสบาย  นอกจากนี้ยังควรมีระบบรักษาความปลอดภัยให้กับระบบการชำระเงิน เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่อาจจะนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่ดี

วันเสาร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2554

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ตรงกับคำว่า Ecotourism ในภาษา อังกฤษ เกิดจากการรวมกันระหว่างคำว่า eco ที่มีความหมาย ว่า บ้านหรือที่อยู่อาศัย และคำว่า tourism มีความหมายว่า การท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ดังนั้น เมื่อรวมเป็นคำว่า ecotourism จึงมีความหมายว่า การท่องเที่ยว ที่ที่เน้นในด้าน สิ่งแวดล้อมอันเป็นที่อยู่ ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์ เป็นการเดินทางไป ยังแหล่งธรรม ชาติ และแหล่ง วัฒนธรรมอย่าง มีความรับผิดชอบ โดยไม่ก่อให้ เกิดการรบ กวน หรือสร้างความ เสียหาย ให้แก่ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นการเดินทาง โดยมีวัตถุประสงค์ เพียงเพื่อ การชื่นชม ศึกษา และเรียนรู้ กับธรรมชาติ เช่น ทัศนียภาพ พืชพันูธุ์ และสัตว์ป่า ตลอดจนศิลปะ-วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ของท้องถิ่นที่ไปเยือนนั้น เป็นการสร้าง โอกาศทางธุรกิจ ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง
  องค์ประกอบของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศประกอบด้วย 4 ประการหลัก ดังนี้ 1. ทรัพยากรการท่องเที่ยว ประกอบด้วยแหล่งท่อง เที่ยว ต่างๆ เช่น น้ำตก ภูเขา ทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธฺุ์สัตว์ อุทยานแห่งชาติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ยังคงความเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นเป็นต้น
2.
นักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นนักเดินทางที่แสวงหาความ เป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยมีวัฒถุประสงค์ในการเดิน ทาง เพื่อการเรียนรู้และชื่นชมธรรมชาติ โดยไม่ทำลายหรือ สร้าง ความเสรื่อมโทรมให้กับแหล่งท่องเที่ยว3. การตลาด เป็นการส่งเสริม เผยแพร่ความรู้ข่าวสาร เกี่ยวกับ การ ท่องเที่ยวแบบยั่งยืน อย่างถูกต้อง ให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจ เป็นทางเลือกใน การช่วยตัดสิน การท่องเที่ยว อย่างเหมาะสมกับบุคลิก และความสนใจ สามารถยอมรับกฏและกติกา ในการปฏิบัติในรูปแบบ ของการท่องเที่ยว เชิงนิเวศได้ ก่อให้เกิดการสร้างนักท่องเที่ยว ที่มีคุณภาพและนำไป สู่การ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ต่อไป4. การบริการ เป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะเน้นในเรื่องของข้อมูล และข่าวสาร ความรู้ที่เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ตลอดจนวิถีชีวิต และขนบธรรมเนียมประเพณี ของท้องถิ่น
กิจกรรม  เป็นกิจกรรม ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิด และชื่นชมกับ ธรรมชาติ มากขึ้น กิจกรรมจะไม่ก่อให้เกิดการเบียนเบียน ธรรม ชาติ และ ทรัพยากร โดยส่วนใหญ่จะเน้นกิจกรรม ที่ท้าทาย และผจญภัย ต่างๆ ตลอดจนการบำเพ็ญ ประโยชน์ เพื่อส่วนรวม และการอนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น กิจการปลูก ป่าในโครงการเป็นต้น กิจกรรมมัก จะสอดคล้อง กับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในแต่ละท้องถิ่น เช่น ในจังหวัด กระบี่ จะเน้นกิจกรรมทางด้าน ทะเล เช่น ดำน้ำชมปะการัง การปีนผา เพื่อชมทัศนียภาพรอบๆ เมืองกระบี่ พายเรือคายัค ไปตามเกาะแก่งต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรม ทางด้าน การเรียนรู้ธรรมชาติ และสิ่ง แวดล้อมในท้่องถิ่น เช่น การเดินป่า การถ่ายภาพ และการดูนก เป็นต้น นอกจาก นี้ก็ยังมีกิจ กรรมประเภทเสริมการออกกำลังกาย ไปพร้อมกับ การได้ชื่นชมธรรมชาติ เช่น การปั่นจักรยาน การพายเรือคายัค หรือเรือแคนู
อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา - หมู่เกาะพีพี
ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองทะเล ตำบลไสไทย ตำบลอ่าวนาง และตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ มีพื้นที่ 242,437 ไร่ เป็นพื้นน้ำประมาณ 200,849 ไร่ มีป่าไม้ 3 ประเภท คือ ป่าดงดิบชื้น พบเห็นได้บริเวณเขาสูงชันบริเวณเขาหางนาค เขาอ่าวนาง ป่าชายเลน จะพบบริเวณคลองแห้ง ใกล้ที่ทำการอุทยานฯ คลองย่านสะบ้า และด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณสุสานหอย 40 ล้านปี และป่าพรุ ที่พบต้นเสม็ดขึ้นอยู่อย่างสมบูรณ์ มีสัตว์ต่าง ๆ ที่พบในอุทยานฯ ได้แก่ นกโจรสลัด เหยี่ยวแดง นกออก นกนางแอ่นกินรัง หมูป่า ลิง และค่าง สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวคือเดือนพฤษภาคม - เดือนเมษายน

อุทยานฯ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ
หาดนพรัตน์ธารา อยู่ห่างจากตัวเมือง 17 กิโลเมตร ชายหาดมีความยาวเกือบ 3 กิโลเมตร เดิมชาวบ้านเรียกว่า หาดคลองแห้งทั้งนี้เพราะเมื่อน้ำลง น้ำคลองที่ไหลมาจากภูเขาทางด้านเหนือจะแห้งขอดกลายเป็นหาดทรายยาวเหยียดทอดลงไปในทะเล บรรจบกับเกาะเขาปากคลอง บริเวณหาดเป็นทรายละเอียดปะปนด้วยเปลือกหอยเล็ก ๆ ประดับด้วยทิวสนเรียงรายตามชายทะเลยาวเหยียด เมื่อน้ำลงจนแห้งสามารถเดินไปยังเกาะเล็ก ๆ บริเวณหน้าชายหาดได้ นอกจากนั้นบริเวณชายหาดมีที่พักของอุทยานฯ บริการแก่นักท่องเที่ยว โทร. 0 7563 7200 begin_of_the_skype_highlighting              0 7563 7200      end_of_the_skype_highlighting จากที่ทำการอุทยานฯ เดินเท้าไปตามชายหาดด้านทิศตะวันตก มีบังกะโลหลายแห่งให้บริการนักท่องเที่ยว ชายหาดบริเวณนี้ค่อนข้างเงียบสงบ เป็นสถานที่ที่ชาวกระบี่นิยมไปเที่ยวพักผ่อนในวันสุดสัปดาห์ ยังไม่มีถนนตัดเลียบชายหาด

สุสานหอย อยู่บริเวณชายทะเลบ้านแหลมโพธิ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปหาดนพรัตน์ธารา เมื่อถึงบ้านไสไทย จะมีป้ายบอกทางไปสุสานหอย บริเวณที่เป็นสุสานหอยแห่งนี้ เดิมเป็นหนองน้ำจืดขนาดใหญ่ มีหอยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหอยขม มีขนาดราว 2 เซนติเมตร ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณพื้นผิวโลก น้ำทะเลไหลเข้ามาท่วมบริเวณหนองน้ำจนหมด ทำให้ธาตุหินปูนในน้ำทะเลหล่อเปลือกหอยใต้น้ำจนเป็นเนื้อเดียวกัน กลายเป็นแผ่นหินแข็งที่เรียกว่า Shelly Limestone หนาประมาณ 40 เซนติเมตร เมื่อแผ่นดินบริเวณนี้ถูกยกตัวขึ้นสูง ซากฟอสซิลเหล่านี้จึงปรากฏให้เห็นเป็นลานหินกว้างใหญ่ยื่นลงไปในทะเล จากการคำนวณหาอายุทางธรณีวิทยาพบว่า ฟอสซิลนี้มีอายุราว 40 ล้านปี
(สุสานหอย)
อ่าวนาง อยู่ห่างจากหาดนพรัตน์ธารา ตามถนนเลียบชายทะเลระยะทาง 6 กิโลเมตร เป็นชายหาดยาว มีที่พักร้านค้า บริษัทนำเที่ยว บริการหลายแห่ง ทิวทัศน์โดยรอบสวยงามแปลกตาด้วยภูเขาหินปูนตระหง่าน จากอ่าวนางสามารถเช่าเรือไปเที่ยวชายหาดด้านทิศตะวันออกได้แก่ หาดไร่เล ซึ่งเป็นหาดทรายสีขาวละเอียด และ หาดถ้ำพระนาง ซึ่งมีถ้ำหินงอกหินย้อยและกิจกรรมปีนหน้าผาที่น่าตื่นเต้น ท้องทะเลในบริเวณอ่าวนางมีเกาะใหญ่น้อยกว่า 83 เกาะ บางเกาะมีรูปร่างประหลาดคล้ายรองเท้าบู๊ท เรือสำเภา หัวนก เกาะที่มีหาดทรายสวยงามและคนนิยมไปเที่ยวเล่นน้ำชมปะการังได้แก่ เกาะปอดะ เกาะหม้อ และเกาะทัพ
สำหรับค่าโดยสารเรือจากอ่าวนางไปยังหาดและเกาะต่าง ๆ เช่น อ่าวนาง-ไร่เล ใช้เวลา 10 นาที ค่าโดยสารคนละ 50 บาท อ่าวนาง-ถ้ำพระนาง ใช้เวลา 15 นาที ค่าโดยสารคนละ 50 บาท อ่าวนาง-เกาะปอดะ ใช้เวลา 25 นาที ไป-กลับ ค่าโดยสารคนละ 200 บาท อ่าวนาง-เกาะไก่ ไป-กลับ ใช้เวลา 25 นาที ค่าโดยสารคนละ 250 บาท อ่าวนาง-หมู่เกาะห้อง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ราคาค่าเรือลำละ 1,500 บาท สำหรับเวลากลางคืน อ่าวนาง-ไร่เล ค่าโดยสารคนละ 80 บาท สามารถเช่าเรือได้ตั้งแต่เวลา 07.00–19.00 น.
การเดินทางไปอ่าวนางจากตัวเมืองกระบี่ นักท่องเที่ยวสามารถโดยสารรถสองแถว ค่าโดยสาร 20 บาท ใช้เวลาประมาณ 45 นาที หรือหากต้องการเดินทางจากตัวเมืองกระบี่ไปยังหาดไร่เลโดยตรง สามารถโดยสารเรือได้ที่ท่าเรือเจ้าฟ้า ใช้เวลา 45 นาที ค่าโดยสารคนละ 70 บาท
*** หมายเหตุ: ราคาค่าโดยสารอาจมีการเปลี่ยนแปลง
หมู่เกาะปอดะ อยู่ทางทิศใต้ของอ่าวนาง ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส บริเวณชายฝั่งของเกาะจะมองเห็นแนวปะการังหลากชนิดที่ยังสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งดึงดูดของนักท่องเที่ยวให้เที่ยวชมได้เกือบตลอดปี และเป็นจุดที่ตกปลาได้ดีเพราะไม่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมมากนัก สามารถเช่าเรือได้จากบริเวณอ่าวนาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ใกล้ ๆ กับเกาะปอดะเป็นที่ตั้งของเกาะทัพ เกาะหม้อ เกาะหัวขวาน เกาะไก่ ซึ่งมีสันทรายเชื่อมต่อกันสวยงามมองเห็นได้เวลาที่น้ำลง

หมู่เกาะพีพี เป็นหมู่เกาะกลางทะเล อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 42 กิโลเมตร เดิมชาวทะเลเรียกหมู่เกาะนี้ว่า ปูเลาปิอาปิคำว่า ปูเลาแปลว่าเกาะ คำว่า ปิอาปิแปลว่าต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่งจำพวกแสม และโกงกาง ต่อมาเรียกว่า ต้นปีปีซึ่งภายหลังกลายเสียงเป็น พีพีซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งบุปผาใต้สมุทรนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหมู่เกาะนี้ส่วนใหญ่มาเพื่อดำน้ำดูปะการังดอกไม้ทะเล และปลาหลากสีสันที่สวยงาม นอกจากนั้นยังมีเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างเส้นทางเดินเรือ กระบี่-ภูเก็ต-หมู่เกาะพีพี ประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน ซึ่งแต่ละเกาะมีหาดทรายสวย น้ำทะเลใส
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของหมู่เกาะพีพี เกาะพีพีดอน มีพื้นที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร จุดเด่นของเกาะคือเวิ้งอ่าวคู่ที่มีความสวยงามติดอันดับโลกของอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม อ่าวต้นไทรเป็นที่ตั้งของท่าเรือเกาะพีพี และมีสถานที่พักและร้านค้าจำนวนมาก จากอ่าวต้นไทรสามารถเดินขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเวิ้งอ่าวคู่ได้ เกาะพีพีดอนยังมีหาดทรายและอ่าวที่สวยงามกระจายอยู่รอบเกาะ บางแห่งมีที่พักบริการ เช่น หาดแหลมหิน หาดยาว อ่าวโละบาเทา ทางเหนือของเกาะคือ แหลมตง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวเลประมาณ 15-20 ครอบครัว ส่วนใหญ่อพยพมาจากเกาะลิเป๊ะ ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตาที่จังหวัดสตูล บริเวณแหลมตงมีธรรมชาติใต้ทะเลที่สวยงามและบนหาดมีที่พักให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือเที่ยวหรือดำน้ำดูปะการังรอบเกาะพีพีดอนและเกาะพีพีเลได้ ราคาประมาณ 1,500 บาทต่อลำต่อวัน

เกาะพีพีเล มีพื้นที่เพียง 6.6 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยภูเขาหินปูน มีหน้าผาสูงชันตั้งฉากกับผิวทะเลโดยรอบเกือบทั้งเกาะ มีพื้นน้ำลึกเฉลี่ยประมาณ 20 เมตร มีบริเวณน้ำลึกที่สุดประมาณ 34 เมตรอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ เกาะแห่งนี้มีเวิ้งอ่าวสวยงาม อาทิ อ่าวปิเละ อ่าวมาหยา อ่าวโละซามะ นอกจากนี้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือยังมีถ้ำไวกิ้ง เมื่อปี พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า ถ้ำพญานาคตามรูปร่างหินก้อนหนึ่งที่คล้ายเศียรพญานาค อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านที่มาเก็บรังนกนางแอ่นบนเกาะแห่งนี้ ภายในถ้ำทางทิศตะวันออกและทิศใต้พบภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์ เป็นรูปช้างและรูปเรือชนิดต่างๆ เช่น เรือใบยุโรป เรือใบอาหรับ เรือสำเภา เรือกำปั่น เรือใบใช้กังหัน และเรือกลไฟ เป็นต้น สันนิษฐานว่าภาพเขียนเหล่านี้เป็นฝีมือของนักเดินเรือหรือพวกโจรสลัด เพราะจากการศึกษาเส้นทางเดินเรือจากฝั่งตะวันตกไปยังฝั่งตะวันออก บริเวณนี้อาจเป็นจุดที่เรือสามารถแวะพักหลบลมมรสุมขนถ่ายสินค้าหรือซ่อมแซมเรือได้
เกาะยูง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน มีชายหาดเป็นหาดหินอยู่ทางด้านทิศตะวันออก และมีหาดทรายเล็กน้อยตามหลืบเขา นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังสวยงามชนิดต่าง ๆ

เกาะไม้ไผ่ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน ไม่ไกลจากเกาะยูงเท่าใดนัก ด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกมีหาดทรายสวยงาม และแนวปะการังซึ่งส่วนมากเป็นแนวปะการังเขากวางทอดยาวไปถึงทางทิศใต้ของเกาะ บนเกาะมีสถานที่กางเต็นท์ สอบถามข้อมูลจากอุทยานฯ
การเดินทางไปหมู่เกาะพีพี
นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังหมู่เกาะพีพีได้ทั้งจากกระบี่และภูเก็ต จากท่าเรือเจ้าฟ้าในตัวเมืองกระบี่ มีเรือโดยสารออกจากกระบี่ไปเกาะพีพี วันละ 2 เที่ยว เวลา 10.00 น. และ 14.30 น. และจากเกาะพีพีกลับกระบี่ เรือออกเวลา 09.00 น. และ 13.00 น. ค่าโดยสารคนละ 150 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณสอง ชั่วโมงครึ่ง และมีเรือเร็วนำเที่ยวเช้าไปเย็นกลับ ออกจากอ่าวนาง เวลา 09.00 น. และกลับเวลา 17.00 น. ติดต่อโทร. 0 7563 7152-3 สำหรับบริษัท อันดามัน เวฟ มาสเตอร์ จะมีเรือโดยสารออกจากท่าเรือเจ้าฟ้า เรือออกเวลา 10.00 น. และ 14.00 น. ค่าโดยสารคนละ 200 บาท สนใจสอบถามได้ที่ บริษัท เอ ดี วี จำกัด ถนนข้าวสาร โทร. 0 2281 1463-5 หรือ บริษัท อันดามัน เวฟ มาสเตอร์ จำกัด โทร. 0 7563 0471 begin_of_the_skype_highlighting              0 7563 0471      end_of_the_skype_highlighting ส่วนการเดินทางจากภูเก็ตมีเรือนำเที่ยวเกาะพีพีแบบเช้าไปเย็นกลับ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อได้ที่บริษัททัวร์ทั่วไปในตัวเมืองภูเก็ต
นอกจากนี้บริเวณอ่าวต้นไทรบนเกาะพีพีดอน มีเรือหางยาวให้เช่าไปเที่ยวตามชายหาดต่าง ๆ รวมถึงเกาะพีพีเลด้วย บริษัท พีพี แฟมิลี่ จำกัด โทร. 0 7561 2463 begin_of_the_skype_highlighting              0 7561 2463      end_of_the_skype_highlighting
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พ.พ.4 (ทับแขก) เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานฯ ใช้เส้นทางตามทางหลวง 4200 จนถึงสี่แยกคลองจิหลาด เลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 4034 ตรงไปถึงสามแยกบ้านหนองทะเล เลี้ยวซ้ายตรงไปบ้านคลองม่วง และเลี้ยวขวาอีกครั้งตรงไปที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ ระยะทาง 38 กิโลเมตร พื้นที่เป็นภูเขาที่สมบูรณ์ด้วยป่าไม้และสัตว์ป่า มีจุดชมวิวที่สวยงามคือหงอนนาค ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของทะเลกระบี่ได้อย่างสวยงาม หน่วยพิทักษ์ฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 3.7 กิโลเมตร ต้องมีคนนำทาง









วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

บทที่ 11



                                                                    บทที่ 11 องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
องค์กรระหว่างประเทศ
1.             องค์การท่องเที่ยวโลก เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นมาตามวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวนานาชาติในระดับระหว่างรัฐบาล มีองค์กรภายใน คือ สมัชชา  คณะมนตรีบริหาร  สำนักงานเลขาธิการ  สำนักงานเลขาธิการภูมิภาค และคณะกรรมการประจำภูมิภาค
2.             องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ เป็นการส่งเสริมการบินพลเรือนให้กว้างขวางไปทั่วโลก โดยยึดหลักการและกลยุทธ์ในการวางแผนและพัฒนาการขนส่งทางอากาศ
3.             โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นโครงการความร่วมมือ 6 ประเทศ คือ ไทย จีน เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา โดยให้ความร่วมมือกันในเรื่อง การคมนาคมขนส่ง  พลังงาน โทรคมนาคม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  สิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การค้าและการลงทุนการท่องเที่ยว
4.             โครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจของอนุทวีปบังคลาเทศ อินเดีย พม่า ศรีลังกา ไทย มีการตกลงทำความร่วมมือกันในเรื่อง การค้าการลงทุน  เทคโนโลยี  พลังงาน และอื่นๆ
5.             โครงการความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง  แม่น้ำคงคา  เป็นโครงการความร่วมมือของ 7 ประเทศ คือ ไทย อินเดีย  จีน พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา  โดยให้ความร่วมมือกันในด้านวัฒนธรรม  การศึกษา  การสื่อสารคมนาคมและการท่องเที่ยว
6.             โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย  มาเลเซีย  ไทย  เป็นโครงการความร่วมมือทางประวัติศาสตร์
7.             คณะอนุกรรมการด้านการท่องเที่ยวภายใต้คณะกรรมการว่าด้วยการค้าและการท่องเที่ยวอาเซียน เป็นสมาคมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
8.             สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก  เป็นองค์กรธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการท่องเที่ยว
9.             สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ เป็นองค์กรที่ส่งเสริมให้มีการขนส่งทางอากาศที่ปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
10.      สมาคมส่งเสริมการประชุมระหว่างประเทศ  เป็นองค์กรที่ส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
11.      องค์กรแห่งความห่วงใยในการท่องเที่ยว  เป็นองค์การที่ทำให้การท่องเที่ยวมีรูปแบบที่ยุติธรรมและมีจริยธรรมในการท่องเที่ยว
12.      สมาพันธ์สมาคมนำเที่ยวนานาชาติ  เป็นตัวแทนของบริษัทนำเที่ยว ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ
13.      สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค  ส่งเสริมความสนใจให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคเป็นดินแดนเพื่อการพักผ่อน
14.      สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคเอเชียตะวันออก ส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคที่ประเทศสมาชิกตั้งอยู่
15.      สมาคมท่องเที่ยวอาเซียน  ส่งเสริมให้มีการประสานความร่วมมือ มิตรภาพ ตลอดจนความช่วยเหลือต่างๆ
16.      สมาคมบริษัทนำเที่ยวแห่งอเมริกา  เป็นสมาคมที่วางมาตรการบริการแก่นักท่องเที่ยวและส่งเสริมการท่องเที่ยว


(เขื่อนสิริกิติ์)

องค์กรในประเทศไทย
1.             สำนักนายกรัฐมนตรี ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
2.             สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว  สนับสนุนการประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ให้อยู่ในระดับมาตรฐาน
3.             การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  เป็นองค์กรที่สนับสนุนให้มีการท่องเที่ยวในประเทศไทย
4.             สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ  เป็นองค์การมหาชนของรัฐ ทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาการจัดประชุมและนิทรรศการ
5.             องค์กรต่างๆที่กำกับดูแลด้านแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย
5.1      กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
5.2      กรมทรัพยากรธรณี
5.3      องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
5.4      กรมศิลปากร
5.5      กรมการศาสนา
5.6      กรมชลประทาน
5.7      การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
5.8      สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
5.9      กรมควบคุมมลพิษ
5.10                       กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
5.11                       องค์การสวนสัตว์
5.12                       องค์การสวนพฤกษศาสตร์แห่งประเทศไทย
5.13                       สำนักงานจังหวัด
5.14                       สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
6.             องค์กรที่กำกับควบคุมดูแลด้านสิ่งอำนวยความสะดวกทางการท่องเที่ยว
6.1      กรมการขนส่งทางอากาศ
6.2      บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด
6.3      บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
6.4      บริษัท ท่าอากาศยานกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (มหาชน)
6.5      บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
6.6      บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
6.7      กรมทางหลวง
6.8      กรมการขนส่งทางบก
6.9      กรมการขนส่งทางน้ำและพานิชยนาวี
6.10                       การรถไฟแห่งประเทศไทย
6.11                       บริษัท ขนส่ง จำกัด
6.12                       การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
6.13                       การประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาค
6.14                       สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
7.             องค์กรที่กำกับดูแลด้านสินค้าเพื่อการท่องเที่ยว
7.1      กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
7.2      สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
7.3      สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
7.4      กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
7.5      กรมศุลกากร


(เขื่อนภูมิพล)
8.             องค์กรที่กำกับดูแลด้านบริการทางการท่องเที่ยว
8.1      กองกำกับการตำรวจแห่งชาติ
8.2      สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
8.3      กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
8.4      ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
8.5      ธนาคารและสถาบันการเงิน
8.6      กระทรวงสาธารณะสุข
8.7      กรมสรรพากร
9.             องค์กรที่กำกับดูแลด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
9.1      สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
9.2      สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
9.3      กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
10.      สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว  เป็นการรวมตัวกันของบริษัทนำเที่ยวและเป็นศูนย์กลางของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเน้นการเดินทางภายในประเทศ
11.      สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว
12.      สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวแห่งประเทศไทย
13.      สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ
14.      สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย
15.      สมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย
16.      สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย
17.      สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำประเทศไทย
18.      ไซท์ไทยแลนด์ แชฟเตอร์
19.      สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติไทย
20.      สมาคมโรงแรมไทย
21.      สมาคมภัตตาคารไทย
22.      สมาคมสวนสนุกและส่วนพักผ่อนหย่อนใจ
23.      สมาคมเพื่อสวนสัตว์ไทย
24.      สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ
25.      ชมรมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับมาตรฐาน
26.      สมาคมรถโดยสารไม่ประจำทาง
27.      สมาคมเรือไทย
28.      สมาคมการแสดงสินค้า
29.      สมาคมสปาไทย
30.      หอการค้าไทยและหอการค้าจังหวัด
31.      สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

(แหลมพรหมเทพ)